Local News: Galaxy Squad ออกขายในไทยแล้ว

70700_alt1
วันก่อนแวะไปดูที่ TRU มี LEGO ชุดใหม่ออกมาแล้วครับ หนึ่งในนั้นเป็น Galaxy Squad พอดูของจริง เลโก้ออกมาได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะ Minifigures ที่เป็นมนุษย์ต่างดาว

16/05/2013 at 1:48 am ใส่ความเห็น

Idea of the Day: การทำบานประตูรถด้วย Plate 1×1 W.Up Right Holder

Door5
นี่ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่คล้ายกับเทคนิคก่อนหน้านี้ที่ใช้ในการทำประตูรถ เพียงแต่เราจะใช้ Plate 1×1 W.Up Right Holder นำมาทำเป็นบานประตูควบคู่กับ Plate 1×2 W/Shift 3.2
ชิ้นส่วนที่ต้องการ
1. Plate 1×2 W/Shaft 3.2 เป็นส่วนหนึ่งของบานประตู ที่อาจจะขยายใหญ่ขึ้นให้ได้
2. Plate 1×1 W.Up Right Holder ทำเป็นตัวยึดกับตัวถังรถ
Door4
วิธีการต่อ: เริ่มจากการต่อชิ้นส่วนนี้ Plate 1×1 W.Up Right Holder ต่อเข้ากับตัวถังรถ แล้วนำเอา (Plate 1×2 W/Sheft 3.2) เข้าไปต่อ
ประโยชน์ในการใช้งาน: เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำประตูรถของรถ นอกจากนี้ยังสามารถดัดแปลงให้เป็นบานปิดของตู้เก็บของได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง: ระวังการต่อ Plate 1×2 W/Shaft 3.2 ที่กลับด้าน
ผู้เรียบเรียง: พิจารณ์
เจ้าของไอเดีย: Project Azazel
ที่มา: http://www.flickr.com/photos/project_azazel/8629921716/in/photostream

14/05/2013 at 9:34 am ใส่ความเห็น

Review – 41007: Heartlake Pet Salon

41007-1
หมายเลขชุด: 41007
ชื่อ: Heartlake Pet Salon
กลุ่ม: Friends
ปีที่ออก: 2013
จำนวนชิ้นส่วน: 242 ชิ้น
จำนวน Mini Doll: 2 ตัว คือ Emma กับ Joanna
ราคา: 1,800 บาท
ราคาที่ Shop@home: US$ 29.99
คู่มือ: คู่มือขนาด 6×7 นิ้ว มี 76 หน้า
ความสวยงาม: ได้ 8 จาก 10 คะแนน ด้วยการออกแบบที่มีการใช้สีได้ดี
ความยากง่ายในการต่อ: ได้ 9 จาก 10 คะแนน การต่อแบบตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อนในการต่อ ประกอบกับถุงแต่ละถุงมีหมายเลขกำกับ
ความเหมาะสมในการเป็นของเล่นเด็ก: ได้ 8 จาก 10 คะแนน ด้วยหลังร้านเปิดโล่งเพื่อให้เด็กๆ เล่นแบบ Role Play จึงเหมาะสำหรับเด็กผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง
เทคนิคการต่อ: ได้ 7 จาก 10 คะแนน จากแนวคิดของ Friends ที่ต่อไม่ยาก ไม่ค่อยมีซับซ้อน ทำให้ในการต่อชุด Friends จึงไม่ค่อยได้คาดหวังว่าจะได้เห็นเทคนิคอะไรใหม่ๆ แต่เลโก้ก็โชว์ให้เห็นว่าผู้ออกแบบเลโก้นั้นมีความรู้ความสามารถในเลโก้จริงๆ ในชุดนี้ได้นำเอาวิธีการต่อตรงกลางโดยการใช้ Tile 1×2 ที่มีปุ่มตรงกลาง ต่อร่วมกับ Plate 2×2 ที่มีรูอยู่ที่ปลายโค้ง ดังนั้นเมื่อรวมกันจึงเป็นวิธีที่ทำให้ป้ายชื่อร้านตั้งอยู่ได้ตรงกลางพอดี
ชิ้นส่วนในถุง: มี 2 ถุงขนาดใหญ่ ชุด 1 และชุดหมายเลข 2 และมี Plate 16×16 จำนวน 1 ชิ้น และ 16×8 จำนวน 1 ชิ้นที่อยู่นอกถุง
ชิ้นส่วนที่น่าสนใจ: ได้ 8 จาก 10 คะแนน ตั้งแต่ชิ้นส่วนโค้ง ป้ายร้าน รวมถึงส่วนหลังคาสีชมพูสด และรวมไปถึงชิ้นส่วนเสาสีฟ้า-เขียวอ่อน ที่ออกแบบเป็นเสา
ความคุ้มค่า: ใครที่ชอบต่อ City รวมไปถึง Modular Building ผมขอแนะนำชุดนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง
เวลาในการต่อ: ประมาณ 30 นาที ไม่รวมเวลาการติดสติกเกอร์
จุดเด่น:
1. มีหมายเลขแต่ละชุดแยกออกมาอย่างชัดเจนทำให้ต่อเสร็จง่าย ไม่เสียเวลาหาชิ้นส่วนในกองใหญ่
2. การให้สีสันที่สวยงาม
3. การมีชิ้นส่วนน่าสนใจหลายชิ้น
จุดด้อย:
1. ชุดนี้มีสติกเกอร์ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปกติชุด Friends จะมีสติกเกอร์มากกว่านี้
2. กล่องใหญ่กว่าของที่มีมาก
3. อ่างอาบน้ำสุนัขกับมุมขายของไม่สามารถใส่เข้าไปในร้านได้ แสดงว่าร้านเล็กเกินไป ต้องมีการต่อเติมขึ้น
สรุป: ไม่ว่าจะซื้อเพื่อเก็บ Parts หรือ จะต่อเป็นเมือง ผมรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆ ครับ
คะแนน: 80
Reviewer: พิจารณ์

14/05/2013 at 9:27 am ใส่ความเห็น

LEGO 101: Basic LEGO Colors

การรู้จักเรื่องของสีเป็นความจำเป็นในการต่อเลโก้อย่างมาก เลโก้เริ่มจากในปี 1958 (ระบบ Bricks แบบใหม่) ที่มีสีอยู่เพียง 4 สี คือ สีขาว สีเหลือง สีแดง และสีน้ำเงิน เมื่อมาถึงในยุคปัจจุบันสีที่เลโก้ผลิตมีอยู่เป็นสิบๆ สี แม้ว่าสีบางสีจะยุติการผลิตไปแล้วก็ตาม
เนื่องจากนักต่อเลโก้จำนวนมากใช้สีเป็นปัจจัยหนึ่งในการต่อ ยกตัวอย่างเช่น London Bridge ของจริงมีสีออกเป็นสีครีม ชุด 10214: Tower Bridge ของเลโก้ที่ออกมาก็มีการใช้สีครีม (ที่เลโก้เรียกว่า Brick Yellow) เพื่อทำให้เหมือนกับของจริงด้วย
Color01
เลโก้พยายามพัฒนาและจับคู่สีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น สี Olive Green ที่ถูกใช้คู่กับสีแดง (Bright Red) ในกลุ่ม Crocrodile ของ Legends of Chima นอกจากนี้แล้วชิ้นส่วนแต่ละแบบนั้นเลโก้ไม่ได้ผลิตครบทุกสี บางแบบอาจจะมีเพียงหนึ่งหรือสองสีเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ชิ้นส่วนที่เรียกว่ากุญแจมือ (Handcuff) นั้น ปัจจุบัน (2013) เลโก้มีการผลิตออกมาเพียงสีเดียว คือ Medium Stone Grey เท่านั้น และบางชิ้นส่วนกลายเป็นชิ้นส่วนหายาก เช่น กระจกหน้าขอบสีแดงของรถไฟ 10020: Santa Fe Super Chief ที่เลโก้ผลิตออกมาในชุดนี้ชุดเดียวเท่านั้น และไม่มีการผลิตซ้ำอีกเลย ทำให้กระจกรถไฟแบบนี้มีความหายากเป็นพิเศษ เลโก้ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวเพื่อจูงใจให้คนเล่นเลโก้ซื้อชุดใดชุดหนึ่งเพียงเพื่อจะได้ชิ้นที่มีสีพิเศษขึ้นมาก็มี
Color02
กระจกหน้าขอบสีแดงของรถไฟ 10020: Santa Fe Super Chief
การเลือกใช้สีที่เหมาะสมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จในการต่องานเลโก้ ผู้ต่อจึงต้องควรคำนึงถึงสีในชิ้นส่วนต่างๆ

Color Pallete
Color03
Source: http://www.eurobricks.com/forum/index.php?showtopic=55896
ในปี 2010 และปี 2011 เลโก้ได้ตัดสินใจเปิดเผย Color Pallete ให้กับสาธารณชนรับรู้ อาจเป็นเพราะการเรียกชื่อสีที่ผิดเพี้ยนไปจากที่เลโก้ตั้งชื่อไว้ แล้วทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร โดย Color Pallete นี้ (ดังภาพด้านบน) จะมีการให้ข้อมูลทั้ง Color ID และ Description ไว้อย่างครบถ้วน มีทั้งที่เป็นสี Solid และสี Transparent สำหรับในแต่ละปี เลโก้พยายามที่จะคิดค้นสีใหม่ออกมาตลอด

สีกับการพัฒนาการของเลโก้
ตามที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น ในช่วงแรกเลโก้มีการผลิตชิ้นส่วนที่มีสีอยู่เพียงไม่กี่สี และสีทั้งหมดนั้นก็เป็นสีสดๆ ไม่ว่าจะเป็นแดงที่เรียกว่า Bright Red สีเหลืองที่เรียกว่า Bright Yellow หรือ สีน้ำเงิน (Bright Blue) เพราะเลโก้พยายามใช้สีสันที่สดใสมาดึงความสนใจของเด็กๆ แต่หลังจากยุค 90 เป็นต้นมา เลโก้พยายามเน้นสีสันที่เหมือนกับสีที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น เช่น สีเทาก็จะมีเทาแก่ที่เรียกว่า Dark Stone Grey และสีเทาอ่อนที่เรียกว่า Medium Stone Grey

แนวทางในการใช้สี
โดยทั่วไปในการต่อเลโก้ก็เหมือนกับการทำงานศิลปะอื่นๆ ดังนั้นแนวทางในการใช้สีจึงมีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ดังนี้
- การใช้สีเพื่อดึงดูดความสนใจ โดยแนวคิดนี้จะเหมือนกับการต่อเลโก้ในสมัยก่อน เช่น เลโก้ได้ผลิตปราสาทอัศวินสีเหลืองในชุด 375: Castle ออกมาในปี 1978 และได้รับความนิยมว่าเป็นชุดที่น่าสนใจมากชุดหนึ่ง ทั้งๆ ที่การให้สีของเลโก้นั้นไม่ได้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงแต่อย่างใด คุณโอ๋เคยเล่าให้ผมฟังว่าการที่ทำให้ชิ้นงานเหมือนจริงมากเกินไป ก็อาจจะน่าเบื่อ และขาดจุดเด่นได้ ดังนั้นเราอาจจะจงใจเลือกใช้สีเว่อร์ๆ ตัดกันเพื่อให้เกิดจุดเด่นขึ้นได้
- การใช้สีเพื่อให้สมจริง สำหรับแนวคิดนี้เป็นการพยายามต่อเลโก้ที่เลียนแบบสิ่งที่มีอยู่รอบตัว ทั้งการต่อและการให้สีพยายามให้คล้ายคลึงกับของจริงให้มากที่สุด จะเห็นได้ว่าเลโก้ได้พยายามใช้แนวคิดนี้ในปัจจุบัน และพยายามออกสีใหม่ๆ มาเพื่อให้สอดคล้องกับของจริงให้มากที่สุด เช่น 10155: Maersk Line Container Ship ที่เลโก้พยายามเลียนแบบสีของบริษัท Maersk และกลายเป็นสี Pastel Blue ในที่สุด

การใช้สีเพื่อดึงดูดกลุ่มเด็กผู้หญิง
แม้ว่าเลโก้จะดูเหมือนว่าเป็นของเล่นสำหรับเด็กผู้ชายก็ตามที แต่เลโก้ก็มีความพยายามที่จะให้เด็กผู้หญิงหันมาต่อเลโก้มากกว่าการเล่นตุ๊กตาเพียงอย่างเดียว และหนึ่งในความพยายามนั้นคือ Friends theme ที่หนึ่งในกลยุทธ์ที่เลโก้ใช้นั้น คือ การสร้างสีใหม่ที่ดึงดูดเด็กผู้หญิง เช่น Medium Azur ที่ออกมาในชุด Friends ปี 2011 นั่นเอง

สีอะไรที่ควรมี
ปกติสีที่เลโก้ให้มานั้นถ้าเป็นชุด Starter Kit ก็จะมีปริมาณสีใกล้เคียงกัน โดยมีสีขาว (White) สีแดง (Bright Red) สีเหลือง (Bright Yellow) สีน้ำเงิน (Bright Blue) สีดำ (Black) สีเทาอ่อน (Medium Stone Grey) เป็นสีหลัก สำหรับสีอื่นที่ถูกจัดว่าเป็นสีพิเศษ จะมีสีไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นชุดเลโก้ที่ออกมาเป็น theme นั้น ก็จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของสีเช่นกัน เช่น Ice Planet ใน Space ที่ออกมาในปี 2002 ที่ประกอบด้วย สีน้ำเงิน (Bright Blue) สีขาว (White) และสีส้มเรืองแสง (Trans Bright Orange) เป็นสีหลัก แต่ถ้าเป็นชุด Explorien ที่ออกมาในปี 1996 เป็นชุด Space เหมือนกัน แต่จะใช้สีขาว (White) สีดำ (Black) และสีฟ้าใส (Trans Blue) เป็นสีหลักเป็นต้น
ในสมัยหนึ่งผมเคยมีคำถามเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าเราจะใช้สีเหลืองในการทำอะไรได้บ้าง เพราะมีอยู่เป็นลังแล้วไม่ได้ใช้ แต่พอถึงจุดๆ หนึ่งพอจะหาสีเหลืองไปใช้ กลับมีไม่พอ ดังนั้นคำตอบในเรื่องนี้คือ สีทุกสีมีประโยชน์ในงานแต่ละงานที่แตกต่างกัน ผู้ต่อจะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก (นี่คือการตอบแบบนักการเมือง) แต่ถ้าเอาจริงๆ ผมคิดว่าสีที่ควรจะมีมากน่าจะเป็นสีขาว สีเทาอ่อน (Medium Stone Grey) และสีครีม (Brick Yellow) เพราะ 3 สีนี้เป็นสีที่เราพบเห็นกันอยู่ทั่วไป สำหรับสีอื่นอาจจะมีปริมาณน้อยหน่อยได้ ถ้าคิดจะเอาไปแค่แซมหรือตัดเส้นให้สวยงาม

การใช้คู่สีใน LEGO Themes
ในระยะหลังมานี้เมื่อเลโก้ออก theme ใดมา ก็มักจะใช้สีที่เป็นคู่สีเป็นชุดๆ ตัวอย่างเช่น
Color04
ดังนั้นการเลือกสีในผลงานที่ดีควรจะมีสีหลัก เป็นสีใช้เป็นจำนวนมากในชิ้นงาน แต่การต่อโดยไม่มีสีรองมาช่วยเหลือ งานจะดูไม่เด่น ขาดความสวยงามไป ในการต่อชิ้นงานที่ดีจึงมีการใช้สีหลักๆ ไม่ต้องใช้สีเป็นจำนวนมาก จะดูไม่สวยงาม

ข้อควรระวังและข้อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของสี
- สีของเลโก้นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา และการเก็บรักษา แสงแดดเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สีเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกับพื้นที่ในเขตร้อนอย่างบ้านเรา สีของเลโก้สามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมากกว่าสีของเลโก้ที่อยู่ในยุโรป เช่น สีขาว ถ้าเก็บไว้นานๆ จะมีสีคล้ายกับสีครีม สีน้ำเงินก็จะกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม เป็นต้น
- เวลาต่อชิ้นงานควรจะคำนวณชิ้น (โดยเฉพาะสี) ให้เสร็จก่อน ที่จะต่อจริง เพราะถ้าเป็นสีที่ยุติการผลิตไปแล้ว จะประสบปัญหาในการหาชิ้นส่วนเหล่านั้นมาปิดงาน
- ด้วยความที่ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นนั้นมีไม่ครบทุกสี ดังนั้นผู้ต่อจึงควรตรวจสอบชิ้นส่วนสำคัญก่อนว่าถ้าต่อไปแล้วจะมีสีเหล่านั้นหรือไม่ จะได้ปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ทัน
- อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ เวลาต่อลองใช้คู่สีที่ไม่เคยทดลองมาก่อน ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะออกมาดีเกินคาดก็เป็นได้
ผู้เรียบเรียง: พิจารณ์
แหล่งที่มาของภาพ:
http://www.brickset.com
http://www.bricklink.com
http://www.eurobricks.com/forum/index.php?showtopic=55896

 

09/05/2013 at 11:01 am ใส่ความเห็น

Review – 60007

60007-1
หมายเลขชุด: 60007
ชื่อ: High Speed Chase
กลุ่ม: City
ปีที่ออก: 2013
จำนวนชิ้นส่วน: 283 ชิ้น
จำนวน Mini Figure: 3 ตัว
ราคา: 1,900 บาท
ราคาที่ Shop@home: US$ 29.99
คู่มือ: คู่มือขนาด 5×7 มี 3 ชุด ชุด 1 จำนวน 16 หน้า ชุด 2 จำนวน 48 หน้า ชุด 3 จำนวน 32 หน้า
ความสวยงาม: ได้ 6 จาก 10 คะแนน ดูเหมือนว่า ณ เวลานี้เลโก้มีแนวทางในการทำรถกระบะออกมาได้อย่างสวยงามสมจริง แต่ความสวยงามน้อยลงไปเพราะตัวรถสปอร์ตไม่ค่อยสวยเท่าที่ควร
ความยากง่ายในการต่อ: ได้ 7 จาก 10 คะแนน ด้วยความที่มีการแยกเป็นถุงต่อชิ้นอย่างชัดเจน จะช่วยให้เด็กๆ ในการต่อได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
ความเหมาะสมในการเป็นของเล่นเด็ก: ได้ 8 จาก 10 คะแนน ต่อชุดนี้เท่ากับมีรถให้เด็กๆ เล่นถึง 3 คัน นอกจากนี้ยังใช้ Secret Code เข้าไปเล่นเกมในเกม Wii หรือ/และในเว็บไซต์ของ LEGO ได้อีกด้วย
เทคนิคการต่อ: ได้ 7 จาก 10 คะแนน ชุดนี้ไม่มีการใช้เทคนิคอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หลักการต่อรถก็ใช้การต่อ Chassis ก่อน ส่วนการต่อกระจังหน้าก็ใช้ชิ้นส่วนที่มีปุ่มด้านข้าง
ชิ้นส่วนในถุง: ถุงขนาดใหญ่ 2 ถุง และ ขนาดกลาง 1 ถุง
ชิ้นส่วนที่น่าสนใจ: ได้ 8 จาก 10 คะแนน ในชุดกลางชุดนี้มีชิ้นส่วนที่น่าสนใจหลายชิ้น ตั้งแต่กระจกของรถกระบะ ที่สามารถนำไปใช้กับรถไฟได้ นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนตีตะขาบที่นำมาใช้เป็นอุปกรณ์หยุดรถ และท้ายสุด Tile 1×2 สีทอง
ความคุ้มค่า: สำหรับคนรักรถไฟอย่างผม ชิ้นส่วนกระจกหน้าสีน้ำเงินเข้มเป็นชิ้นส่วนที่คุ้มค่ามากที่สุด เพราะสามารถนำไปดัดแปลงทำรถไฟสีน้ำเงินเข้มได้ไม่ยาก
เวลาในการต่อ: ประมาณ 40 นาที
จุดเด่น:
1. เลโก้ทุกชิ้นอยู่ในถุง และแต่ละถุงมีหมายเลขตั้งแต่ หมายเลข 1 ถึง 3 โดยหมายเลขนั้นตรงกับคู่มือที่จะต่อ
2. Chase McCain เป็นตัว Minifigure เป็นตัวพิเศษ
3. ตัวรถกระบะมีชิ้นส่วนและสีน้ำเงินเข้มที่เป็นสีที่น่าสนใจ
4. ในชุดนี้มี Secret Code ที่สามารถนำไปเล่นในเกม Wii และ lego.com/city ได้
จุดด้อย:
1. มีการใช้สติกเกอร์มาติดในชิ้นงาน โดยเฉพาะแผงกั้นที่มีความยาวประมาณ 2 นิ้ว ทำให้การติดอาจจะยากสำหรับเด็กๆ ที่จะติดให้ตรงแนว
2. น่าเสียดายที่ชิ้น Tile 1×2 สีทอง มีแค่ชิ้นเดียว เลโก้น่าจะใส่มาซัก 4-5 ชิ้น
3. รถโจรคันสีแดงรูปร่างไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เลโก้น่าจะทำได้ดีกว่านี้
4. ดูเหมือนว่าชุดนี้เป็นการนำเอา 3 ชุดเล็กมารวมกัน ที่มีรถมอเตอร์ไซด์ รถกระบะ และรถสปอร์ตมารวมกัน
5. ท้ายสุดกล่องนี้ดูจะใหญ่ไปนิด เมื่อเทียบกับชิ้นส่วนที่เลโก้ให้มา
สรุป: ชุด City เป็นชุดที่ราคาไม่สูงมาก แต่ชุดนี้มีชิ้นส่วนที่น่าสนใจหลายชิ้น ผมเชื่อว่าชุดนี้ไม่น่าจะอยู่ในท้องตลาดนาน
คะแนน: 72
Reviewer: พิจารณ์

09/05/2013 at 2:20 am ใส่ความเห็น

LEGO 101: การต่อชิ้นงาน Landscape ขนาดใหญ่

IMG_17448a
ในสมัยก่อน การต่อชิ้นงานขนาดใหญ่มีโอกาสเป็นไปได้น้อย เพราะเลโก้มีราคาสูง และการจะซื้อสีเดียวทำได้ลำบาก แต่ในปัจจุบันการต่อชิ้นงานใหญ่ๆ ทำได้ง่ายมากขึ้น เพราะแหล่งในการซื้อหลากหลายมากขึ้น ทำให้การต่อชิ้นงานใหญ่ๆ ที่เรามักจะพบเจอในงานของต่างประเทศนั้นมีโอกาสเป็นจริงง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการต่อ Battle of Hoth ใน theme ของ Star Wars ซึ่งในฉากเป็นหิมะสีขาวไปทั้งหมด จะทำอย่างไร วันนี้ผมมีข้อเสนอแนะมาฝากกัน
1. ในการต่อ landscape ขนาดใหญ่ เราต้องรู้ว่าชิ้นงานที่เราจะต่อนั้น เป็นพื้นเรียบ หรือ มีความชันเป็นภูเขาหรือหุบเขา ดังนั้นก่อนที่จะต้องต้องมีการวางแผน การประเมินขุมกำลังของเราก่อน เพราะถ้าจะคิดต่อไปเรื่อยๆ โปรเจคกะว่าจะเสร็จภายในเมื่อไหร่ไม่รู้ จะทำให้การต่อชะงักชัน ท้อหมดกำลังใจ และไม่เสร็จในที่สุด ต้องกำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจน ประเมิน Bricks ที่จะใช้เทียบกับที่มีอย่างน้อยให้เกินกว่าที่ประเมินไว้ 10 เปอร์เซ็นต์จะได้ไม่พลาด
2. ถ้าเป็นพื้นเรียบขนาดใหญ่ อาจจะใช้กระดาษโปสเตอร์ หรือผ้ากำมะหยี่แต่ต้องเลือกสีให้เหมาะสม เช่น ถ้าต้องการพื้นเป็นสีน้ำทะเล ก็ไม่ควรเลือกสีเหลือง หรือสีแดง แต่ควรจะเลือกสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เป็นต้น วิธีนี้นับเป็นวิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเงิน และเสียเวลาในการปู Bricks ให้เต็มพื้นที่ ซึ่งวิธีนี้ในต่างประเทศก็ใช้ให้เห็นบ่อยๆ
3. ในกรณีที่เป็นพื้นเรียบเช่นกัน อาจจะลองหา Base Plate 32×32 (มีสีเขียว ครีม น้ำเงิน) หรือ 48×48 (มีแต่สีเทา) ซึ่ง Base Plate 32×32 จำนวนหนึ่งแผ่น สามารถแทน Brick 2×4 ได้ถึง 128 ชิ้นเลยทีเดียว เป็นการประหยัดเวลา การทำงานก็สะดวกรวดเร็วทั้งการติดตั้งและการเก็บ การขนย้ายก็ง่ายดาย นักต่อเลโก้จำเป็นจะต้องมี Base Plate ติดไว้เป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ามีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที
4. สำหรับในกรณีสุดท้ายที่ชิ้นงานนั้นมีพื้นที่ที่เป็นภูเขา เนื่องจากเราทราบว่าบริเวณใดที่เป็นภูเขาและสูงเท่าใด ก็ให้ใช้ Bricks สีอื่นเป็นฐานไปก่อน โดยที่ชั้นบนจะใช้เป็นสีที่เราต้องการ เช่น ฉากภูเขาไปในป่าดงดิบ เราจะใช้ Bricks สีน้ำตาลวางปิดไว้ด้านบนเท่านั้น ส่วนด้านใต้ก็อาจจะใช้ Bricks สีเหลือง หรือ สีน้ำเงิน ที่ปกติไม่ค่อยได้ใช้มาต่อไว้ วิธีนี้ก็จะสามารถประหยัด Bricks สีน้ำตาลซึ่งปกติเราจะมีไม่มากนักไปได้ และถ้าเป็นภูเขาที่มีความสูง เราก็ไม่จำเป็นต้องต่อแบบตัน เพราะนอกจากจะหนัก ขนย้ายลำบากแล้ว ยังสิ้นเปลือง Bricks เป็นจำนวนมากอีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรทำเป็นโครง แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความแข็งแรง ไม่ยุบหรือพังลงไปได้ง่าย
สำหรับข้อแนะนำอื่นๆ ที่อยากจะเสนอไว้เป็นข้อคิดมีดังนี้
1. เวลาต่องานขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่ภูเขาแบบนี้ ถ้าใช้ Bricks ประเภทเดียวกันทั้งหมด จะทำให้ชิ้นงานออกมาแข็งเกินไป พยายามผสมผสานการใช้ Bricks และ Plates นอกจากนี้พยายามใช้ชิ้นส่วนหลากหลายขนาดคละกันไป
2. เป็นความจริงที่พื้นที่ส่วนใหญ่อาจจะมีสีเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงเราอาจจะมีการสอดแทรกสีอื่นๆ ปนมาได้ เช่น จริงอยู่ที่ดาว Hoth อาจจะปกคลุมด้วยหิมะ เราจึงใช้สีขาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางพื้นที่เป็นโขดหิน ซึ่งเราอาจจะเอาสีเทาอ่อนบ้าง เทาเข้มบ้างผสมผสานกันเข้ามา ก็จะทำให้ชิ้นงานของเรามีมิติมากขึ้น
จากข้อแนะนำเทคนิคเหล่านี้น่าจะช่วยให้การทำงาน Landscape ขนาดใหญ่มีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น ดังนั้นฝันให้ไกล และไปให้ถึงครับ
ผู้เรียบเรียง: พิจารณ์

ภาพ: จากงาน Star Wars ในปี 2011 ที่ชมรม T-LUG จัดขึ้นที่ห้างThe  Emporium ประเทศไทย

07/05/2013 at 7:32 am ใส่ความเห็น

Brick of the Day-Airplane Door

A1
ชื่อชิ้นส่วนจากเลโก้ (Element Name): Airplane Door
ชื่อชิ้นส่วนจาก BrickLink (BrickLink Name): Door 2 x 4 x 6 Curved Aircraft
หมายเลขชิ้นส่วนของเลโก้ (Element ID):
4582680 สำหรับสี White
4582685 สำหรับสี Medium Stone Grey (หยุดการผลิต)
4284008 สำหรับสี White (หยุดการผลิต)
BrickLink No: 54097
กลุ่มใน BrickLink: Door
สีที่เลโก้มีอยู่ (นับถึง 5 มีค. 56): White, Medium Stone Grey
เริ่มใช้ครั้งแรก: 2006 ถึงปัจจุบัน (2013)
เลโก้เคยใช้ในชุด: 5 ชุด รวม 8633: Speedboat Rescue ที่มีการนำเอาบานประตูเครื่องบินมาทำเป็นประตูของ Speedboat
A2
การประยุกต์ใช้ชิ้นส่วน:
นักต่อท่านนี้ชื่อ Vince Toulouse ได้ประยุกต์ชิ้นส่วนที่เราเห็นเป็นบานประตูของเครื่องบิน มาทำเป็นเหมือนส่วนปีกของยานอวกาศได้อย่างสวยงามลงตัว
A3

ผู้เรียบเรียง: พิจารณ์
แหล่งที่มา:
http://www.peeron.com
http://www.brickset.com
http://www.bricklink.com
http://www.lego.com
http://www.flickr.com/photos/vince_toulouse/8631915608/in/photostream

07/05/2013 at 2:25 am ใส่ความเห็น

Older Posts


Thai LEGO User Group

ชื่อ (ภาษาไทย): ชมรมเลโก้ประเทศไทย ชื่อ(ภาษาอังกฤษ): Thai Lego User Group (T-LUG) วันก่อตั้ง: 3 มิย 50 (อย่างเป็นทางการ) สถานที่พบปะสังสรรค์:วันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จามจุรีสแควร์ วัตถุประสงค์ (อย่างไม่เป็นทางการ): ต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม มีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการต่อเลโก้ ตลอดจนแจ้งข่าวคราวต่างๆ ในเรื่องของเลโก้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้แล้วยังคาดหวังว่าจะช่วยเหลือสังคมด้วย เช่น การอบรมเด็กและเยาวชนให้มีความคิดสร้างสรรค์จากการต่อเลโก้ การติดต่อ: ผ่านทางอีเมล์: pijarn.c@hotmail.com เป็นตัวแทนชั่วคราวของชมรมเลโก้ประเทศไทย คุณสมบัติของสมาชิก: 1. ต้องมีความสนใจและรักในการต่อเลโก้ 2. ไม่จำกัดอายุ แต่ถ้าอายุน้อยจะต้องมีสมาชิกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปรับรอง

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.